คำสอน เตือนสติ ที่ได้จากบ้านสายลม ห้องญาณ 8 วันนี้ (30 เมษายน 2554)

คำสอน เตือนสติ ที่ได้จากบ้านสายลม ห้องญาณ 8 วันนี้ (30 เมษายน 2554)

วันนี้นั่งกรรมฐาน คุณครู ให้ตามไปดูสมัยพุทธกาล

เป็นเรื่องราวของพระนาง สิปปวาสา โกลิยะธิดา พระนางมีรูปโฉมที่งดงามมาก ผิวขาว ปากแดงเรื่อ หน้าคม

พระนางได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาครั้งแรก ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธองค์จบแล้ว ก็ดำรงอยู่ในอริยภูมิเป็นพระอริยบุคคลชั้นพระโสดาบัน

ครั้งถึงวัยอภิเษกสมรส แล้วก็ตั้งครรภ์

แต่เป็นครรภ์ ที่นานผิดปกติ คือ พระนางตั้งครรภ์ถึง 7 ปี และปวดครรภ์ใกล้คลอดอีกเป็นเวลา 7 วัน

ในช่วงระยะเวลา 7 วันท่านก็ได้ยินว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เมือง

จึงขอให้พระสวามีไปกราบทูลพระพุทธเจ้าว่าพระนางทุกขเวทนายิ่ง

พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสอวยพร พระนางให้ประสูติบุตร ได้อย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก กับพระสวามี

พระสวามียังเดินทางไม่ถึงบ้าน พระนางก็ให้ประสูติบุตรได้อย่างปลอดภัยและแข็งแรงทั้งแม่และลูก

หลังคลอดบุตร

ทั้งพระสวามี และพระนางฯ จึงตรัสพร้อมกันว่า

พุทโธ อัปมาโน

ธัมโม อัปมาโน

สังโฆ อัปมาโน

ระลึกถึงบุญคุณ ที่ไม่มีใครเปรียบได้และประสงค์จะถวายพระกระยาหาร เป็นเวลา 7 วันติดกัน

ครั้งนั้น พระโมคคัลลา ซึ่งเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย ได้รับนิมนต์ พระอุบาสก ไว้ก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากต้องไปกับคณะพระพุทธเจ้ารับนิมนต์พระนางฯ ท่านจึงไปขอเลื่อน พระอุบาสก ซึ่งเคยเป็นโยมอุปาถาก พระโมคคัลลาไป 7 วัน

พระอุบาสก ท่านมีข้อแม้ โดยขอการรับรอง 3 ประการจากพระโมคคัลลา คือ ภายใน 7 วันที่เลื่อนนิมนต์นี้ ท่านขอดังนี้

1. ขอให้ทรัพย์ที่มีอยู่ไม่เสื่อมถอย

2. ขอให้ตัวท่านเองไม่เสื่อมถอย (คือยังไม่ตายและยังสามารถทำบุญได้หลังจาก 7 วันนี้ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย)

3. ขอให้ความมีศรัทธาในพระรัตนตรัยท่านไม่เสื่อมถอย

แต่พระโมคคัลลา ตรัสให้พรเพียง 2 ข้อแรก

เนื่องจากข้อ 3 การมีศรัทธานี้ เป็นสิ่งที่ท่านอุบาสก ต้องขอตัวท่านเอง

ครั้งถึงวันที่คณะพระพุทธเจ้าท่านได้ไปรับพระกระยาหาร ท่านตรัสถามพระนางฯ ว่า หากจะตั้งครรภ์อีก ต้องใช้เวลาท้องละ 7 ปี

ในกาลครั้งหน้า ยังอยากจะตั้งครรภ์อีกหรือไม่

พระนางฯ ตอบว่า อยากตั้งครรภ์อีก

และพระพุทธเจ้าก็ถามว่า จะตั้งครรภ์อีกกี่ครั้ง

พระนางฯ ก็ตอบว่า อีก 7 ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า

ทรงให้เหตุผลว่า แม้ทุกขเวทนา 7 ปีนั้นแสนเวทนา แต่ทว่า เมื่อเห็นหน้าบุตรของท่านแล้วก็เกิดสุข

พระพุทธเจ้าจึงตรัสให้พร หลังถายพระกระยาหาร ด้วย สัมโมทนียคาถา

เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

ทุกข์ก็ทุกข์ไม่นาน สุขก็สุขไม่นาน

อันความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงความน่าเกลียดน่าชัง อาจมาด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่ารักก็เป็นได้

สิ่งใดอันเป็นที่รัก ก็อาจสุขได้ไม่นาน ความทุกข์ก็อาจตามมา

ทุกข์ได้ก็สุขได้ สุขได้ก็ทุกข์ได้

ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน

แต่ต้องทำความดีให้มีกำลังหนีบาป

** ข้าพเจ้าต้องการจดบันทึกข้อคิดประจำวันจากความรู้สึกระลึกได้ในการไปเรียนกรรมฐาน วันนี้

เผื่อเป็นประโยชน์กับตัวข้าพเจ้าเองและผู้ที่ได้อ่าน

หากข้าพเจ้า ใช้คำไม่เหมาะสม ประมาทพลาดพลั้งเพียงใด ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมมา ณ ที่นี้ค่ะ

ท่านอาจติดตามเนื้อเรื่องโดยละเอียด หาอ่านได้จากพระสูตรเรื่อง พระนาง สิปปวาสา โกลิยะธิดา**

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s