มโนฯ ไป ดู ผู้ต้องธรณีสูบทั้งห้า Mar 30, 2010

เวลา 22.05 น.

 

สมาทานพระกรรมฐาน สมาทานศีล นั่งกำหนดลมหายใจ เข้า-ออก นะมะ พะธะ 10 นาที

 

ครูพองนำตัดขันธ์ ๕ เเบบวิปัสนาญาน ตัดอวิชา ว่าด้วยการ เวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ ต้องเบื่อหน่าย มีทางเดียว คือไปนิพพาน เราตั้งใจตัดขันธ์ ๕

 

ภาพพระ ที่โอ๋ จับได้ เป็นพระสมเด็จองค์ปฐม สีทอง สว่าง ตอนแรกอยู่ไกลๆ จึงขอบารมีพระท่าน ให้ ใจเราน้อมไปได้ใกล้ๆ ท่าน และ กายท่านมีขนาด 2-3 เท่า ของกายเรา สว่างขึ้นกว่าเก่า รัศมีจ้า

พี่ออ จับภาพพระ ได้พระวิสุทธิเทพ ใส สว่าง

 

วันนี้วันพระ

พวกเราขึ้นไปกราบพระสมเด็จองค์ปัจจุบัน ที่ เทวสภา

วันนี้มีท่านผู้มีพระคุณมาสงเคราะห์ คือ หลวงพ่อ(ฤาษีลิงดำ) มาแบบกายพระสงฆ์ ใส่จีวรสีเหลืองอ่อน ถือย่ามที่มือ ไม่ใส่รองเท้า พวกเราขอดูย่าม ท่านมีหนังสือ พระกรรมฐาน ๔๐ กอง มาด้วย

ครูพองนำถามว่า ถ้าพวกเราฝึกมโนฯกัน สามารถ แทน กรรมฐานทั้ง ๔๐ กองได้หรือไม่

หลวงพ่อ ตอบว่า ได้ เพียงมโนฯ สามารถ เป็นทางลัด ในการทำแทนกรรมฐานทั้ง ๔๐ กอง เพื่อไปยังนิพพานได้เร็ว ซึ่งเป็นข้อดีสุดของการทำมโนฯ

ท่านประทานไม้เท้า และ ให้หนังสือพระกรรมฐาน ๔๐ พี่ออ

 

วันนี้มีหลวงปู่ปาน มากายพระสงฆ์ ใส่จีวรสีเข้ม ยิ้มมา

 

ข้างๆ องค์ สมเด็จองค์ปัจจุบันมี พระสาวก คือ พระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร มาแบบ กายพระสงฆ์

มีพระปัจเจก มาสงเคราะห์เยอะมาก มาแบบกายรูป เหมือนรูปปั้น

ขอเชิญท่านผู้มีพระคุณมา ณ ที่นี้ และถวาย ธูปเทียนแพ บายศรี ดอกไม้

บางท่านมาเดี่ยวบนแท่นเดี่ยว บางท่านมาเป็นคู่ เรียงตามลำดับ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระอริยะสงฆ์ พรหม เทวดา เรียงตามลำดับชั้น

โอ๋เห็น ท่านปู่ ท่านย่า นั่งคู่กันบนแทนด้วย

 

วันนี้ บายศรีที่โอ๋เห็นเป็นบายศรีขนาดเล็ก ประดับวิจิตร (เหมือนบายศรีที่วัดท่าซุง) เป็นแก้วใส

ของพี่ออ เป็นบายศรี ใหญ่ มีดอกมะลิ ปลายเป็นดอกจำปี หันปลายไปทางด้านข้าง

เมื่อถวายบายศรี เปิดบายศรี เพื่อแสดงความนอบน้อม ถวาย (กล่าว สัพพัง ฯ)

เมื่อมองรอบๆ ดูท่านผู้มีพระคุณ

 

ดูไปดูมา พี่ออ เห็นชูชก จริงๆ แล้วไม่ใช่ เลยขอตามไปดู ว่า ชูชก จริงๆ แล้ว อยู่ที่ไหน

คำตอบคือ อเวจี จึงตามกันไปดู จึงรู้ว่า..

1. ชูชก คือ เทวฑัต ที่ทำร้ายพระพุทธเจ้า จึงตกนรกดิ่งทันที

2. นันทยักษ์ ที่ใช้ไม้กระบอง ตี พระอริยะ จนห้อเลือด ใช้ขาเตะ ตี เมื่อตกนรก ก็นั่งก้ม โดยโดนเหล็กรัดข้อมือทั้งสองข้างขึ้น มีกระบองตีขาจนเละ เหมือนท่าที่เคยทำร้ายพระ

  

   **(นันทยักษ์=เอากระบองตีพระสารีบุตรขณะเข้านิโรธสมาบัติเเล้วอากาศเเข็งตัวเหาะข้ามไม่ได้โกรธพระที่ขวางทางเหาะ นันทยักษ์มิได้สร้างกรรมต่อพระพุทธองค์ แต่กระทำเบียดเบียนต่อพระสารีบุตร ผู้บำเพ็ญ ธรรม .. ครั้งนั้น นันทยักษ์ ผู้มีฤทธิ์เดชเหาะมาบนอากาศพร้อมด้วยเหมตายักษ์ ครั้งนั้น นันทยักษ์ ผู้มีฤทธิ์เดชเหาะมาบนอากาศพร้อมด้วยเหมตายักษ์ เมื่อเหาะมาถึงตรงที่พระสารีบุตรกำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ในอากาศธาตุ ในบริเวณนั้นว่างเปล่าจากอากาศธาตุนันทยักษ์เหาะผ่านไม่ได้ จึงเกิดบันดาลโทสะ ด้วยในชาติปางก่อนนั้น นันทยักษ์ได้อาฆาตพยาบาทพระเถระเอาไว้ จึงมีจิตคิดกระทำปาณาติบาตต่อพระสารีบุตรด้วยความพาลในสันดาน เหมตายักษ์ได้ทัดทานให้ละเว้นเสีย แต่นันทยักษ์ก็มิฟัง เหาะขึ้นบนอากาศ ใช้กระบองซึ่งเป็นอาวุธแห่งตนฟาดลงบนศีรษะของพระสารีบุตร ความแรงแห่งการฟาดนั้น สามารถพังภูเขาในคราวเดียวกันได้ถึง ๑๐๐ ลูก แต่พระสารีบุตรซึ่งอยู่ในนิโรธสมาบัตินั้น หาได้รับอันตรายจากการประทุษร้ายของนันทยักษ์ไม่ เมื่อเห็นพระสารีบุตรมิได้รับอันตราย นันทยักษ์ก็บังเกิดเพลิงเร่าร้อนในอารมณ์ กล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังว่า เราร้อน … เราร้อน แล้วตกลงมาจากอากาศ แผ่นดินเปิดช่องดึงร่างของนันทยักษ์ หายลับตาไปในบัดดลดิ่งลงสู่มหานรกอเวจี อันลึกสุด)

 

3. พระเจ้าสุปปพุทธะที่กินเหล้าขวางพระพุทธเจ้า เเกล้งไม่ให้ท่านบิณฑบารต

 

4. นางจิญจมาณวิภา(เมียชูชก) กล่าวหาว่าท่านทำให้ท้องเเล้วไม่ยอมรับเกล้งไม่ให้ท่านเจริญศรัทธาคนได้

5. ไมเคิ้ล

6. นักการเมืองผู้ที่คุณรู้ว่าใคร (ที่โกงกินบ้านเมือง เผด็จการ อมของหลวง)

 

คนเหล่านี้เมื่อตาย จึง ตกนรกทันที บางคนโดนธรณีสูบ ทั้งๆที่มีชีวิต หรือ รู้สึกร้อน คือตายทั้งเป็น เมื่อลงนรกแล้ว โดนทรมานในท่าที่ทำร้าย ในอเวจี ที่ร้อนๆ หลายร้อยองศา ท่านนิรบาล คอยคุม เฉยๆ บ้าง มีหน้าที่ เอาหอกเสียบบ้าง แต่ส่วนใหญ่ มีเหมือนเครื่องจักรอัตโนมัติ ทำหน้าที่ลงโทษ ที่อเวจี จะแบ่งเป็นห้องขังเดี่ยว เยอะมาก เป็นโกฑฐ์ เยอะเหมือนรังผึ้ง เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ตามขุม และ ขุมย่อยๆ

บรรยากาศ ที่รับได้คือ ร้อนมาก แสงไม่มาก แต่ไม่ถึงกับมืด

 

เมื่อขึ้นจากอเวจี

หลังจากนั้น กลับมายังที่วิมาน พระสมเด็จองค์ปฐม

เราไปกันที่นิพพาน ไปรับอารมณ์ ที่สว่าง รัศมีจากพระพุทธเจ้า ที่ส่องมายังกายพวกเรา อารมณ์ นิ่ง คือ ไม่คิดอะไร จิตว่าง จิตเหมือนยิ้มอยู่กับพระพุทธองค์ จิตใส พระพุทธเจ้าบางลง มีความใสมากขึ้น

 

กลับมา ถามพระท่าน ว่า วัตถุมงคลใด ที่บ้าน ที่มีเทวดา คอยดูแลอยู่

 

โอ๋ : พระพุทธรูป พระวิสุทธิเทพ ที่เป็นพระบูชา มีเทวดาชายที่ดูแลอยู่ มาจากชั้นพรหมที่ ๗ (เลขไทยลอยมาเลย ชัดเจน)

พี่ออ : พระธาตุ มีนางฟ้า ที่เป็นหัวหน้าดูแล (มีนางฟ้าหลายท่านที่ดูแลอยู่) ห่มฟ้า อยู่กับพระธาตุ ลักษณะสีขาวขุ่น คล้ายข้าวสารหัก นางฟ้าท่านมาจากชั้นนิมมานฯ

 

 

กราบหลวงพ่อ ขอพร ขอพระธาตุเพิ่ม หากวัตถุมงคลใดของหลวงพ่อ ที่พวกเรามี ขอให้มีพระธาตุขึ้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติ

ของโอ๋ ขอพระธาตุ ที่เสด็จไปให้เสด็จกลับมาด้วย หลวงพ่อ บอกให้ไปลองดูพระคำข้าวที่เพิ่งได้มา

 

ตามไปดูว่า เคยชอบถวายอะไรหลักๆ ในเขตพุทธฯ

 

โอ๋ ถวาย พระไตรปิฏก ตู้ หนังสือธรรมมะ ทั้ง แบบ เป็น แผ่นพับ หนังสือ และมีที่เขียนพระไตรปิฏก ระบายสี ปิดทองลงรักเองกับมือ พร้อมคัดเนื้อหา อย่างประดิษฐ์ประดอย ถวาย ตู้ก็เป็นแบบ ลงรักปิดทองเองก็มี ไปเขียนภาพตามผนัง เขียนลงแผ่นกระดาษถวายก็มี คือ ชอบทำธรรมทาน อานิสงค์ทำให้มีปัญญาดี (ไม่น่าเชื่อว่า ทำไปด๊ายย งานละเอียดเจงๆ)

 

พี่ออ ชอบบวช บ่อย ทั้งเป็นภิกษุณี (ชี ) และ ชีพราหมณ์ ตอนบวช ชอบทำกรรมฐาน เดินจงกรม ปฏิบัติมาก ทำให้ ทำอารมณ์ใจได้ดี ชอบความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย อานิสงค์นี้ ทำให้ วิมานที่นิพพานสว่างไสว เกิดปัญญา มีปัญญาดี

 

พอกลับมาดูที่วิมานตัวเอง

โอ๋ พระไตรปิฏก เต็มวิมานไปหมด เต็มวิมาน ยังกะห้องสมุด

พี่ออ วิมาน สว่างไสวมาก

 

หลังจากนั้น แยกย้ายไปยังวิมานตน จับภาพพระ คลุมตัว ขอบารมีพระท่านให้กายเรา สว่างๆๆๆๆ ขยายให้ใหญ่ เท่าห้อง เท่าบ้าน เท่า 16 ตารางกิโลเมตร เท่าจังหวัด เท่า ประเทศไทย เท่าโลก เท่าจักรวาล เท่าอนันตจักรวาล คลุมไปยังนรกทุกๆชั้น ตามแต่ละชั้น ขยายใหญ่ให้คลุมไปถึงสวรรค์ทุกชั้น พรหม เทวดา นิพพาน และ ทั่วๆ

ทำอารมณ์ ให้ใส ทำพรหมวิหาร ๔ ว่า เราจะไม่เกลียดใคร เรารักทุกคน เราขอแผ่เมตตาไปทั่วทั้งอนันตจักรวาล อารมณ์ ก็ใสขึ้น พระบางขึ้น รัศมีจ้าขึ้นมาก

 

แผ่เมตตาฯ (ท่องบท อิทัง ฯ)

กราบพระ

 

23.45 น.

 

 

 

 

 

ภาคผนวก

Source: http://www.kanlayanatam.com/sara/sara60.htm