มโนฯไปดูสมัยเคยเป็นลูกหลวงพ่อ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล Nov 23, 2009

 

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552

 

21.53 น. ทำสามสายคุยกะพี่แบงค์ พี่ปลื้ม

 

ไม่ลืมที่จะถวายเงินบูชาครู อย่างน้อย 1 บาท (เราก็หยอดกล่อง ต้องเป็น บุญที่จะไปทำแบบวิหารทาน ขึ้นไป จึงจะได้ หรือกล่องบุญทุกอย่างที่ทางวัดต้องใช้เองจริงๆเท่านั้น)

 

พี่แบงค์เปิดเทปหลวงพ่อ กราบพระรัตนตรัย ขอขมา และ สมาทานกรรมฐาน ศีล 8 เหมือนทุกครั้ง

นั่งสมาธิ 10 นาที

 

วันนี้พี่แบงค์รู้ว่าเราสมาธิไม่ดี เลยให้ ภาวนา ใช้คำว่า

 

อิติ สัมมาสัมพุทธัสสะ มะมะ จิตตัง

 

เป็นคาถารวมจิต ในขณะที่จิตไม่สงบ อารมณ์ฟุ้งซ่าน ทำให้ รวมตัวกันได้ดี

 

นำตัดขันธ์ 5 ละสังโยชน์ 3

 

วันนี้พวกเราจับภาพพระได้ พระวิสุทธิเทพ ปางพระนิพพาน

 

ขออาราธนาบารมีพระท่านขึ้นไปที่บนนิพพาน ในวิมานพระสมเด็จองค์ปัจจุบัน

อาราธนา ให้ท่านแสดงตัวให้เท่ากับองค์จริงๆ พวกเราตัวเท่าแค่ขอบถุงเท้า ตัวเล็กมากๆ

และอาราธนาใหม่ให้ท่านย่อตัวลงมาเหมือนเดิม

 

ขอเชิญพระอริยสงฆ์ ทุกท่านมา โดยเป็นปรางพระวิสุทธิเทพและ มีพระรูปพระโฉมสมัยเป็นพระซ้อนอยู่เพื่อให้รู้ว่าท่านไหนเป็นพระองค์ไหนมาก่อนค่ะ

 

มี

หลวงปู่ปาน

หลวงพ่อฤาษี

หลวงปู่ชุ่ม

หลวงปู่แหวน

หลวงปู่คำแสนใหญ่

หลวงปู่สม

หลวงปู่ธรรมชัย

หลวงปู่มหาอำพัน

ลวงปู่บุญทืม

หลวงปู่ครูบาศรีวิชัย

หลวงปู่สุ่น

หลวงปู่จง

หลวงปู่โหน่ง 

 

กราบท่านและขออธิษฐาน

 

ธรรมใด ที่ท่านบรรลุแล้วก็ดี ขอให้ข้าพระพุทธเจ้านั้นได้เห็นธรรมนั้นและเข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาตินี้ด้วย

 

แล้วย้ายไปที่วิมานของพระสมเด็จองค์ปฐม

 

มีหลวงพ่อมาด้วย เราขอบารมี ดูกันว่า เคยเป็นอะไรกับท่านมาก่อน ลูก

โอ๋ พี่ปลื้ม เป็นพี่น้องกัน โอ๋เป็นพี่ มีฐานะดี ดูจากการแต่งตัว สมัยนั้นจิตเกาะกุศลดี มีความสุข

เป็นสมัยสุโขทัย บ้านเป็นบ้านจั่วทรงสูง มีใต้ถุน บ้านแต่ละบ้านไม่ห่างกันมาก แต่ก็ไม่ติดกันนัก คนสมัยนั้นใส่เครื่องประดับเป็นทองกันมาก

 

โอ๋ตอนหลังแต่งงาน ต้องย้ายไปอยู่เมืองใกล้ๆ ขึ้นไปทางเหนือหน่อยเดียว มีฐานะ ใส่ทั้งกำไล เล็กใหญ่ สร้อยคอ เยอะมาก ล้วนเป็นทอง แต่งตัวมีผ้าแถบสีแดงคล้ายแดงเลือดนก กระโปรงเป็นผ้าแถบป้ายสีดำยาวปิดเท้า รองเท้าเป็นแบบคีบ ภายหลัง ตายในตอนอายุไม่มาก ประมาณ 30 กว่า ด้วยเหตุเป็นฝีในท้อง (หรือวัณโรค) สามีเสียใจร้องไห้ เราตายไปเป็นสัมพเวสี เพราะตอนตายจิตตก แต่ภายหลังได้โมทนาบุญไปอยู่ดาวดึงส์ ไปอยู่กับท่านปู่พระอินทร์ และท่านย่า มีหน้าที่ รำถวาย (แดนซ์กระจาย 555) ชุดรำเป็นชุดเหมือนลิเก มีผ้าคลุมไหล่ยาวๆ (คล้าย Superman) ใส่ชฏา

 

พี่ปลื้ม แต่งงาน ย้ายไปอยู่เมืองอื่นเช่นกัน เป็นเมืองทางเหนือ สามีตายก่อน เลยเสียใจอย่างมาก และภายหลังไปบวชเป็นชี ในวัดแห่งหนึ่ง ปฏิบัติ และมีอายุยืน จนประมาณ 80 ปี พอตายก็ไปชั้นพรหมที่ 11 งานศพถูกจัดแบบเหนือ เป็นการเผาศพแบบกลางแจ้ง สุมไฟฟาง คนมาร่วมงานมากมาย มีพระที่ใส่จีวรสีเข้มๆ ด้วยนำพิธี

 

เมื่อทุกชีวิตตายไป ก็ต้องกลายเป็นผง เป็นเถ้าถ่าน คืนสู่ดิน ดินทุกแห่งที่เราเคยเหยียบมา ก็เป็นเถ้าของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกฯ ทั้งนั้น

 

 

แล้วกลับมาที่วิมานพระสมเด็จองค์ปฐม ขออัญเชิญ ท่านปู่ชีวกะ หรือท่านอาชีวกะโกมารภัทร (หมอเทวดาที่รักษาหายทุกโรค แพทย์ประจำตัว พระพุทธเจ้า) แต่งชุดเหมือนพราหมณ์ผสมฤาษี คือ เป็นชุดพราหมณ์ขาว ใส่หมวกทรงสูง สะพายเป้ขาว และมีหีบไม้ห่อผ้าขาวอยู่ด้านหลังด้วย มีของมากมายพะรุงพะรัง ด้านในเป็นยา สมุนไพรต่างๆ ท่านเมตตา ใจดีมากๆ ไปไหนก็ไปรักษาคน เข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้ พวกเราขออาราธนาบารมี ธรรมใดที่ท่านได้บรรลุแล้วนั้น พวกเราขอเห็นธรรมนั้น และ วิชารักษาคน การใช้สมุนไพร หากเป็นประโยชน์ ขอให้พวกเรานั้นได้ ใช้ ได้สูตรที่ถูกต้อง เพื่อรักษาร่างกายเราให้มีขันธ์ 5 ครบ

 

โอ๋ – (ท่านคะ หนู หากมีความสามารถในเรื่องกดจุด นวด เพื่อรักษา ลูกขอบารมีท่าน เพื่อให้ลูกได้รู้อย่างถูกต้อง เพื่อช่วยคนด้วยเถิด ขอบคุณค่ะ)

 

 

สังเกตุรัศมีกายของโอ๋และพี่ปลื้ม ตอนแรกเป็นสว่างๆ ของพี่แบงค์เป็นรัศมี เส้นๆ

 

จากนั้น อาราธนาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าที่มิได้แสดงธรรมเทศนา แต่จะลงมาสอนในช่วงระหว่างสูญญกัปป์ คือกัปป์ที่ไม่มีพระพุทธเจ้า ท่านทั้งหลายเหล่านี้ได้เคยเข้านิโรธสมาบัติมาแล้วทั้งสิ้น) เราขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า มา ณ ที่นี้ เพื่อนมาแสดงตน  (ท่านมายืนเรียงกันยาวมาก อย่างมีระเบียบ) เราจึงขออาราธนาบารมี พระปัจเจกทุกๆ พระองค์ ธรรมใดที่ท่านทั้งหลายได้บรรลุแล้วนั้น ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสามขอเห็นธรรมนั้นบ้างด้วยเถิด และมีความคล่องตัวทั้งทางโลกทางธรรม ตราบเท้าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเถิด

 

พี่แบงค์นำสวดคาถาเงินล้าน ให้นึกภาพพระวิสุทธิเทพมาซ้อนในตัวเราให้สว่าง และ ให้นึกภาพพระปัจเจกฯ ที่ยืนกันเป็นแถวเรียงราย ให้ไหลเข้าสู่ตัวเรา พี่แบงค์ท่องคาถาเงินล้าน ให้คาถาเงินล้านเป็นประกายพฤกษ์ไหลเข้าตัวเราด้วยระหว่างเดียวกัน สามารถรับรู้ได้ถึงแสงสว่างจ้ามากๆ และ ระหว่างที่พระปัจเจกไหลเข้าสู่ตัวพร้อมคาถานั้น รู้สึกว่ารับพลังที่แรงมากๆ อบอุ่น และ สว่างมากๆ ดั่งพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน

 

จากนั้น ตัดขันธ์ 5 อีกครั้งบนนิพพาน ขึ้นชื่อว่า มนุษยโลก ยมโลก เทวโลก พรหมโลก จะไม่มีอีกแล้ว หากเราตายตอนนี้ มีเพียงนิพพานเท่านั้นที่เราต้องการไป

 

สังเกตุรัศมีกายอีกครั้ง ของโอ๋และพี่ปลื้ม ตอนนี้มีรัศมี เป็นเส้นๆ ชัดขึ้น

 

เรียนถามท่านปู่ชีวกะว่า ถ้าตายตอนนี้ พวกเรามาอยู่นิพพานได้ไม๊ ท่านบอกว่า ได้ (คือได้ = เขกโป๊ก นึง) โป๊กกก

 

จากนั้นอัญเชิญเสด็จ พระอานนท์ กราบ และ เราจึงขออาราธนาบารมี ธรรมใดที่ท่านทั้งหลายได้บรรลุแล้วนั้น ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสามขอเห็นธรรมนั้นบ้างด้วยเถิด ตราบเท้าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเถิด

 

จากนั้นไปดูว่า เราเคยตักบาตร ท่านหรือไม่

 

ในสมัยพุทธกาล ที่ กรุงพาราณสี พระพุทธเจ้าเดินนำ และมีพระอานนท์ เดินบิณฑบาตร ตามเสด็จมาติดๆ สีจีวร พระพุทธเจ้า สีออกเหลืองๆ ส่วนสีจีวรของพระอานนท์ เป็นสีออกแดง (คล้ายวัดป่า) พระหลายรูปเดินมาเป็นสาย มีชาวบ้านปูผ้าขาวรองพระบาท

 

ไปดุพระอานนท์มหาเถรเจ้า

มีผิวผ่อง ขาว แต่ไม่เท่าพระพุทธเจ้า

 

จากนั้น ตามไปดูการตักบาตร ทำบุญสมัยนั้น มีพระเจ้าปเสนทิโกศล และพระนางมัลลิการาชเทวี(หลวงพ่อฤาษี – ท่านแม่) ท่านแม่ประดับด้วย เครื่องมหาลดาปสาศน์ เวลาเสด็จมา ก็มาเป็นขบวน นั่งบนเสลี่ยง/แคร่ ถวายผ้าไตร ที่ย้อมจากดอกคำฝอย เป็นสีออกเหลืองๆ และถวาย ข้าวปลาอาหาร สังฆทานมากมาย

 

พระพุทธเจ้าและพระอานนท์ นั่งตามใต้ต้นไม้ บนหิน ดูสงบ ร่มรื่น ใต้ต้นไม้ใหญ่ มี แสงสว่างจากพระวรกาย ไปทั่วทั้งป่า ที่พระองค์เสด็จประทับนั่งแสดงธรรม

 

มาดูข้าวที่ถวาย

ข้าว ลักษณะ เหมือนข้าวเหนียว หุงพร้อมธัญพืช (มีถั่วลิสง งา ลูกเดือย ด้วย) เครื่องเทศ ปั้นเป็นก้อนๆ ถวายใช้ใบตองรอง 

 

 

                 และข้าวของพระเจ้าปเสนทโกศล เป็นข้าวมธุปายาสอย่างดีหุงด้วยน้ำนม

 

 

พร้อมถวายขนมหวาน เป็นเหมือนถั่วตัด มีแผ่นทองแปะที่หน้าขนม เนื้อร่วนๆ ก้อนสี่เหลี่ยมตัด     

 

 

ผลไม้ที่ถวาย มีกล้วยเป็นเครือ สาลี่ เสาวรส ฝรั่ง ฯลฯ

 

ดูสีจีวรเเละรูปเเบบการออกรับบณฑบาตร ดูบริขารเป็น บาตรดินเผา ขอบบาตรมีลายแกะสลัก (คล้ายลายไทย ที่ด้านบนขอบบาตร

 

ดูเวลาพระฉันข้าวจริยาวัตรท่านทั้งสองงดงามยิ่งนัก อ่อนช้อย เรียบร้อย เวลาฉัน ก็ฉันจากบาตร ใช้นิ้วเพียงไม่กี่นิ้ว

ท่านจะนั่งเรียงกัน ใต้ต้นไม้ และ มี แบ่ง ให้พระรูปอื่นๆ (ถือเป็นการถวายสังฆทาน คือแบ่งถวาย 4 รูปขึ้นไป)

 และพระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาและ หากมีการบวช เพียงพระพุทธเจ้าตรัสคำว่า เอหิภิกขุ

พระก็จะมีจีวรเสกสวมเรียบร้อย และผมก็ไม่มี เกลี้ยง คือเหมือนโกนเสร็จแล้ว

 

โอ๋ถวาย ข้าวแบบชาวบ้าน มีสามีเป็นแขก หน้าตาดี ผิวสองสี หน้ายาวๆคางเเหลม น่าจะเป็นตระกูลพรามณ์ ใส่ชุดขาว

 

พี่ปลื้ม ถวายข้าว พร้อมถวายปลาคล้ายปลาทู มีสามี มีสามี มีหนวด(พี่แบงค์นี่เอง) มีผ้าพาดไหล่ ใส่เสื้อยาวๆสีขาว มีผ้าโพกหัวด้วย ลักษณะไม่เหมือนพ่อค้า มีฐานะรวย มีลูกสองคน ผู้ชายคนนึง หัวหยิกๆ ตาโตๆ อุ้มลูกผู้หญิง อีกคนในมือ (ขอบารมีพระดูหน้าตาลูก ในปัจจุบัน) ลูกชาย คือ ครูพี ส่วนลูกสาวคือ เจ

 

กลับมาที่วิมาน พระสมเด็จองค์ปฐม

อัญเชิญท่านพระยายมราช และท่านลุงนายบัญชี

เรียนถามท่านว่า หากตอนนี้ตายไป ได้ไปอยู่นิพพานหรือไม่ ท่านตอบว่า – ได้

จึงขอดูชื่อในสมุดบันทึกประจำวัน โอ๋ได้ ลงชื่อเป็นสีแก้วประกายพฤกษ์ อยู่ด้านบนซ้ายมือเล่ม พี่ปลื้มอยู่กลางหน้าขวา ส่วนพี่แบงค์อยู่ ท้ายหน้าขวา ทุกคนสรุปว่า ขึ้นนิพพานได้ ทำอารมณ์ผ่าน (เย้ๆๆๆ)

 

ดูการแต่งตัว ทุกคน แต่งชุดนิพพาน คือ มีสนับเพลา เครื่องเพศไม่มี ไม่มีนม ไม่มีเครื่องใน ใส่เสื้อใส แก้วประกายพฤกษ์ มีสังวาลย์ ชฏา รองเท้าหัวงอนๆ ทุกอย่างเป็นแก้วใส แม้กระทั่งตัวเรา สีสว่าง รัศมี เป็นเส้นๆ ชัด (แต่ไม่เท่าพระพุทธเจ้า และพระท่านอื่นๆ ที่นิพพานแล้ว) ที่นี่ ไม่มีแม้แต่กิเลส นิวรณ์ ทุกข์ เศร้า อาการรู้สึกอกหัก เสียใจใดๆ (เริ่ดดดดดดดดดดดดด)

 

ทั้งหมด กราบลา พระพุทธเจ้า พระปัจเจก พระอริยสงฆ์ ท่านปู่ชีวกะ ฯลฯ

และนำกายทิพย์มายืนอยู่หน้า ตัวเรา ดูสังขาร ว่า ทุกอย่างมันย่อมมีเสื่อม สลายไป

 

กลับเข้าร่าง สูดหายใจลึกๆ สามที

 

นั่งมโนฯเสร็จตอนเที่ยงคืน 1 นาที

คุยเมาท์เก็บตกรายละเอียดจน ตี 1 เพราะใจมันฟูๆ ปลื้มในธรรม หลับไม่ลง

 

พี่แบงค์ เลยแนะว่า ถ้าติดอยู่ในฌาน นอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อน ให้ลดฌาน คือ จะเอากิเลส มากดฌานให้ต่ำลงได้ เช่น ร้องเพลง หรือ ลุกมาทำไรบันเทิงๆ ก็ได้

 

โมทนาทุกท่านค่ะ

 

 

 

ปล. ก่อนนอน ทำกิเลสกดทับเพื่อลดฌาน แต่กว่าจะนอนได้ก็นาน

 

ก่อนตื่นมา เห็นภาพ เจ ทำผมคุณนาย ยาว สวย งอนๆ เล็กน้อย ใส่เสื้อเกาะอก และมีเสื้อทับอีกที จูงลูก 2 คน ลูกชายทั้งคู่ ท่าทางมีความสุข ยิ้มแย้ม มุ่นกับการเลี้ยงลูก

แล้วก็ตื่นรู้สึกตัว รีบโทรหาเจทันที อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s