ยุทธจักรรัก ยุทธภพเหล้ากับความเหงาในชีวิต ของ มังกรโบราณ โกวเล้ง

ยุทธจักรรัก ยุทธภพเหล้ากับความเหงาในชีวิต

มังกรโบราณ : โกวเล้ง

 

…สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกคือความเปลี่ยวร้าง …ความเปลี่ยวร้างที่เวิ้งว้างว่างเปล่าไร้ที่พึ่งพิง

ไม่ว่าเผชิญเรื่องราวใด ล้วนไม่อาจตัดสินใจได้โดยแน่นอน…

            ภายใต้บรรยากาศอันซึมเซา ผู้คนภายนอกเริ่มบางตา แต่ร้านรวงกลับปรากฏบุคคลหลายกลุ่มและเริ่มหนาตา บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเยื้องย่างเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่คิดว่าเงียบเชียบที่สุด ไม่อึกทึกครึกโครม เขาเพียงต้องการเจอกับสหายที่จากกันไปหลายปี สายตาเขาจับจ้องมองดูบุคคลผู้หนึ่ง รูปร่างประหลาดอย่างยิ่ง อ้วน เตี้ย แต่ศีรษะกลับโตอย่างประหลาด หรือว่านี่คือ มังกรโบราณ ผู้มีฉายาว่าหมีหัวโต! เหงื่อกาฬเริ่มไหลซึม มาตรว่าเขาดื่มสุราจนหนักเพียงใด คอแข็งเพียงใดแต่ไหนเลยจะเทียบบุคคลประหลาดเยี่ยงนี้ได้…เขาเดินผ่านไปหยุดนั่งลงตรงเก้าอี้พลางสั่งเสี่ยวเอ้อยกสุรามาหนึ่งป้านใหญ่ เขาเพียงนั่งรอสหาย…ใช่ สหายผู้เปี่ยมไปด้วยน้ำมิตร!

            ไม่นานนักผู้ที่เดินเข้ามาถึงกลับเป็น ลี้ถ้ำฮวย มีดบินผู้ไม่เคยพลาดเป้า อา…สหายท่านหนึ่งได้มาถึงแล้วเสี่ยวเอ้อ ยกสุรามาต้อนรับสหายข้าเขาเอ่ยด้วยเสียงอันดัง ลี้คิมฮวงยิ้มพราย ประกายตาวาวขึ้นอย่างประหลาดคล้ายยินดีอย่างยิ่ง

            อาฮุย ท่านมาแล้ว เราจากกันนานเท่าไหร่แล้วลี้คิมฮวงกล่าวแต่พลันนั้นแววตากลับสลดวูบหนึ่ง ชั่วชีวิตมนุษย์…สิ่งที่บันดาลให้หดหู่รันทด มิใช่การจำพราก…หากเป็นการอยู่ร่วมเพราะหากไม่เคยอยู่ร่วม ไหนเลยมีการจำพรากได้...ลมชิวเทียนพัดมาวูบหนึ่ง ลี้คิมฮวงพลันกระดกป้านสุราขึ้นดื่ม

            พวกท่านไฉนเลยเมื่อพบกันแล้วไยต้องดื่มสุรากังวานเสียงนุ่มนวลถึงกับเป็นลิ่มซีอิม ลี้คิมฮวงนิ่งงันไปชั่วครู่ ถึงกับเป็นหญิงสาวที่เขาคร่ำครวญหาทุกค่ำคืน

ข้าไม่ได้ติดใจในรสชาติของสุรา หากแต่ข้าชื่นชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา ดื่มสุรากับสหายรู้ใจ แม้ดื่มพันจอกก็มิเมามายอาฮุยพลันกล่าวขึ้น พลันเหลือบไปมองไปเห็นสายตาลี้คิมฮวงดูเศร้าสลดลง

            ข้าเห็นว่าดื่มสุรามิเห็นไม่ดีตรงไหน ดื่มสุรายังดีกว่าวิญญูชนจอมปลอม!”ลี้คิมฮวงเอ่ย

            คิดอาศัยสุรามาราดรดทุกข์ ทุกข์กลับทับถมทวีคูณ รักยิ่งล้ำลึกทุกข์ยิ่งเพิ่มทวีสิ้นเสียงลิ่มซีอิม มังกรโบราณเหยียดกายลุกขึ้น ในมือมีจอกสุราถืออยู่ก่อนแล้วเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาใกล้ พลางเอ่ย ระหว่างคนที่รักกันไฉนเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ระแวงคลางแคลงซึ่งกันและกันหรือนี่เป็นส่วนหนึ่งของความรักโกวเล้งกล่าวคล้ายกับรู้ใจลี้คิมฮวงเข้าไปถึงข้างในก็มิปาน ลี้คิมฮวงไม่กล่าวเยี่ยงใด อาฮุยเชื้อเชิญให้ท่านโกวเล้งร่วมร่ำสุราด้วยกัน

            ร่ำสุราคนเดียวรสชาติสุรากลับจืดชืดยิ่งนัก คล้ายกับนั่งเล่นหมากรุกกับตนเองใครกระทำเรื่องโง่งมเยี่ยงนี้โกวเล้งกล่าวพลางนั่งลงข้างลี้คิมฮวงกล่าวสืบไป

            ความรักความจริงเป็นเรื่องพิสดารประการหนึ่งในโลก ความจริงมีความรู้สึกพิสดารที่ไม่มีปัญญาอธิบายอยู่มากหลาย ความรู้สึกเช่นนี้ ความจริงสุดที่ผู้ใดจะเข้าใจได้บางครั้งกระทั่งตัวเองยังไม่เข้าใจกล่าวจบท่านโกวเล้งกระดกเหล้าพรวดเข้าปาก เมื่อไม่มีใครกล่าวขึ้นท่านจึงกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า        เคยมีคนฉลาดปราดเปรื่องผู้หนึ่งกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าเป็นบุรุษที่ปราดเปรื่องปานใด หากชมชอบสตรีนางหนึ่งจริงๆยามอยู่เบื้องหน้านาง มักจะเเปรเปลี่ยนเป็นตัวโง่งม กระทั่งวาจาก็เปล่งไม่ออก บรรยากาศเริ่มอึมครึมอาฮุยตัดบททันทีเนื่องจากเห็นว่าสหายคล้ายดิ่งลึกอยู่ในภวังค์ของความเศร้า

ความรักเป็นสิ่งงดงาม งดงามประหนึ่งดอกกุหลาบ แต่ทว่ามันมีหนาม…กุหลาบที่ไร้หนามในโลกนี้มีเพียงสิ่งเดียวคือมิตรภาพกล่าวจบพลางยกจอกสุราเชื้อเชิญให้สหายร่วมดื่ม

            น้ำมิตรเกิดจากการสั่งสม แต่ความรักอุบัติอย่างกระทันหัน น้ำมิตรต้องผ่านการทดสอบของเวลา แต่ความรักมักเกิดในชั่วพริบตา ชั่วพริบตานั้นเจิดจ้าจำรัสปานใด สวยสดงดงามเพียงใดชั่วพริบตานั้นจะคงอยู่เป็นนิรันดร์ลี้คิมฮวงพลันกล่าวทิ้งท้ายก่อนร่ำสุราต่อไป

            ลิ่มซีอิมซึ่งบัดนี้น้ำตาปริ่มอยู่ในดวงตา ครั้นได้ยินน้ำเสียงเอื้อนเอ่ยของลี้คิมฮวง จึงกล่าวขึ้นอย่างเลื่อนลอย         …สวยงามเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น มีแต่ความจริงจึงเป็นนิรันดร์…แต่ก็มีคนว่า เราเพียงกุมช่วงเวลาที่สวยงามเพียงชั่ววูบไว้ได้ก็พอแก่ใจแล้ว ความจริงที่เป็นนิจนิรันดร์ทิ้งให้เป็นนิจนิรันดร์ต่อไป เราไม่แยแสสนใจเลย ลี้คิมฮวงถอนหายใจหนักหน่วง ท่านโกวเล้งเห็นดังนั้นจึงเอื้อนเอ่ยด้วยปีติว่าฮ้า…บัดนี้เรามีความสุขท่ามกลางสหาย ไหนเลยมาเอ่ยเรื่องเศร้า มีสุรา มีนารีข้าชื่นชอบยิ่งนัก ขาดแต่เสียงเพลง เอ้าแม่นางซีอิมบรรเลงอู๋เจิ้งให้ข้าฟังหน่อยแต่อาฮุยกลับปรามไว้พลางกล่าว

            ถึงแม้บาดแผลบนร่างกายของคนเราอาจมีได้นับร้อยนับพันแห่ง…แต่บาดแผลในหัวใจกลับมีเพียงรอยเดียว และที่ตรงนั้นเอง…ที่เขารู้สึกว่าเปราะบางที่สุด ถูกทำร้ายได้ง่ายที่สุด แม้ว่าปากแผลจะปิดไปแล้วก็ตามแต่เมื่อมีอะไรมาสะกิดทำให้เราหวนคิดกลับไป…อาการก็จะกำเริบเจ็บปวดขึ้นมาอีก และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เขากลัวเสียงดนตรีอย่างที่สุดเมื่ออาฮุยกล่าวจบสายตาพลันเหลือบมองไปเห็นเหล้าXOถึง49ขวดจึงเอ่ยถามสุรานี้ท่านได้แต่ใดมา? ท่านโกวเล้งยิ้มแย้มพลางเอ่ยเรื่องมันยาว

            ครั้งนั้นข้าต้องเข้าโรงพยาบาลถึงสามครั้ง เพราะดื่มสุราจัดไปหน่อย เมียก็มาหนีไปเพราะข้ากินเหล้าทุกวัน หมอสั่งห้ามข้ากินเหล้าอีกต่อไปถ้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อ แต่พอไร้สุราก็ไร้มิตร ข้ารู้สึกเปลี่ยวเหงายิ่งนักจึงหวนไปดื่มอีกและครั้งสุดท้ายที่ข้าเข้าโรงพยาบาล หมอถึงกับออกปากว่าจะมอบเหรียญกล้าหาญให้กับข้า และก็เป็นวาระสุดท้าย ส่วนเหล้าที่เจ้าเห็นนั้น ฉีเส้าเฉียนเพื่อนสนิทของข้านำมาใส่ไว้เพื่อส่งให้ข้าไปดื่มที่สรวงสวรรค์…อ้อ ไม่สิข้าเคยบอกว่าถ้าข้าไม่ลงนรกแล้วผู้ใดจะลงว่าพลางยกจอกขึ้นตั้งฉากกับพื้น

            

จงดื่มมันอย่างกล้าหาญ!”

 

**เรียบเรียงจากคำคมของโกวเล้งใน โลกเหล้าและความรัก ว ณ เมืองลุง/ น. นพรัตน์ แปล และบางตอนจาก เดียวดายใต้เงาจันทร์ เรืองรอง รุ่งรัศมี แปล

**โกวเล้ง หรือ กู่หลง หนึ่งในตำนานนักประพันธ์นวนิยายจีนเลื่องชื่อ ผ่านชีวิตที่ยากแค้นดิ้นรน จนเข้าเรียนมหาลัยต้ากังที่ไต้หวัน หลังจากนั้นมีโอกาสเข้าทำงานเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดของทหารอเมริกัน จึงได้อ่านงานวรรณกรรมตะวันตกจำนวนมาก เป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มเขียนนิยาย นวนิยายที่สร้างชื่อได้แก่ ฤทธิ์มีดสั้น ชอลิ้วเฮียง เล็กเซียวหงษ์ เซียวฮื่อยี้ จับอิดนึ้งฯลฯ เสียชีวิตด้วยโรคตับแข็ง ด้วยอายุเพียง48ปี

 

Source: http://www.oknation.net/blog/print.php?id=107060

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s