IMG_3236

The Call : Regina Spektor

Should I say Good Bye or not?

It’s been a while listening to this song again and agian.

What’s the answer.. I still thinking of it though..

IMG_3236

The Call :

It started out as a feeling
Which then grew into a hope
Which then turned into a quiet thought
Which then turned into a quiet word

And then that word grew louder and louder
‘Til it was a battle cry
I’ll come back
When you call me
No need to say goodbye

Just because everything’s changing
Doesn’t mean it’s never been this way before
All you can do is try to know who your friends are
As you head off to the war

Pick a star on the dark horizon
And follow the light
You’ll come back when it’s over
No need to say goodbye

You’ll come back when it’s over
No need to say goodbye

Now we’re back to the beginning
It’s just a feeling and no one knows yet
But just because they can’t feel it too
Doesn’t mean that you have to forget

Let your memories grow stronger and stronger
‘Til they’re before your eyes
You’ll come back
When they call you
No need to say goodbye

You’ll come back
When they call you
No need to say goodbye

IMG_0588

No More Tear.

Even I’m sad, even I’d hardly breathe..

There’s … No More Tear .. 

Cried a lot.. but not now.

IMG_0588

BK SNIPER BK LOVE LYRICS

Did you know of my heart? Of the days
That I spent really thinking of only you? 
However as my heart for you grew as much as possible
I had to have a even harder time. I had to fall into the fire.
Now because I am worn out, I don’t have the confidence to look at you.
Yea, I hate myself too for wanting to act selfish by turning my back on you and running away.
However I found out too late, when I knew that I found out that I liked you.
But then it was too late, everything had changed.
I, who was so poor, had lost all the confidence and strength to talk to you.
But I felt awkward about myself for thinking that, that was fine like that.
I really didn’t know that this would be this hard until now.
I realized it too late.

All of this will probably sound like an explaintoin to you, but my love was only you.
Yea, you must know just this one thing, that there is no one who can love you as much as I.
All of this will probably sound like an explaintoin to you, but my love was only you.
Yea, you must know just this one thing, that there is no one who can love you as much as I.

To me who is turned around looking at you, 
There is now more sadness. Oh baby.
I can’t let go of the finished love.
I can’t cry over the sadness. Oh baby, please.

The saddened voice of my friend washes over my heart.
The ended love story that was already wrong to begin with.
I can’t even ask of the pain of my friend and the
Sadness I can’t understand, so I sing a song.
You really loved that girl who was like a flower petal, and for
Her you spent a lot of time alone, preparing love.
The tears that you she’d so that that one flower could bloom, 
Could not protect the light and so
The flower became dirt and blew away.
As you passed the many days and nights with a sigh
The last thought of decision comes to conclusion roughly.
That by no means does the end of love for her, for you come easily.
Always you all’s love that was never granted, 
Meets up there in the sky as two lights.
You will become a shooting star drawn in the sky and in the
Next life that love will surely be granted, I pray.

My friend still loves that girl.
However for her, my friend says he’s going to leave.
When I think that this is love, I can’t breathe.
So my friend must still be crying. “bk”

To me who is turned around looking at you, 
There is now more sadness. Oh baby.
I can’t let go of the finished love.
I can’t cry over the sadness. Oh baby, please. 

Source: http://www.lyrics68.com/BK-SNIPER-BK-LOVE-LYRICS/352702/

เวลาตาย

 

เกลียด การ มี ชีวิต อยู่เพื่อ รอ

และ ..ฉัน ก็ ยัง รอ เธอ อยู่

แต่ ไม่ รู้ ว่า .. จะ รอ ได้ นาน สัก แค่ ไหน

สุข ไม่ นาน .. ทุกข์ ของ ฉัน ..ก็ หวัง ว่า ..คงไม่ นิรันดร์

 

 

 

เวลาตาย (เพลงประกอบภาพยนตร์ ฝันโคตรโคตร)

:พิง ลำพระเพลิง

ในกระจกมัวๆ มีคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง
คนที่เพิ่งลึกซึ้ง ถึงความเดียวดาย
นาทีที่กาลเวลา บอกว่าเธอมีค่าเพียงใด
คือนาทีที่สาย เกินหวังให้ใครกลับมา

เหมือนคนตื่นจากฝัน ตามทวงวันและคืนดีๆ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยรักษา
เวลาที่คิดว่าพอ กลับไม่พอให้พูดคำลา
ทำได้เพียงแค่นึกรู้สึกโหยหามัน

ชีวิตนี้ ถ้าไม่มีเธอก้าวเข้ามา
ฉันคงเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น
แปลกที่คนไม่รู้ มีเพียงผู้เดียวคือฉัน
อยากกอดเธอแน่นๆ นานๆ ในวันที่เสียเธอไป

เชื่อว่าที่ตรงนั้น เธอยังพร้อมจะรอฉันอยู่
แล้วที่สุด ก็รู้เธอรอไม่ไหว
เจอเพียงแค่รอยน้ำตา หยดบนนาฬิกาที่ตาย
ให้ฉันได้กอดมันไว้ แล้วบอกว่ารักเธอ

ชีวิตนี้ ถ้าไม่มีเธอก้าวเข้ามา
ฉันคงเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น
แปลกที่คนไม่รู้ มีเพียงผู้เดียวคือฉัน
อยากกอดเธอแน่นๆ นานๆ ในวันที่เสียเธอไป

เชื่อว่าที่ตรงนั้น เธอยังพร้อมจะรอฉันอยู่
แล้วที่สุด ก็รู้เธอรอไม่ไหว
เจอเพียงแค่รอยน้ำตา หยดบนนาฬิกาที่ตาย
ให้ฉันได้กอดมันไว้ แล้วบอกว่ารักเธอ

เวลาทุกเสี้ยวนาที คนคนนี้จะเก็บมันไว้
จะจำจนวันสุดท้าย ว่าเคยได้กอดเธอ

Source: http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!bed4a720c5d3bec3d0e0bec5d4a7&song=!!e0c7c5d2b5d2c2

Always with You – Spirited Away Ost

Description: Theme Song

Lyrics by KAKU Wakako
Music and Vocal by KIMURA

Yumi

Original / Romaji Lyrics English Translation
yondeiru  muneno dokoka okude
itsumo kokoro odoru  yume wo mitai
it's calling out from deep within the heart 
I always want to dream cheerful dreams
kanashimi wa  kazoe kirenai keredo
sono mukoude kitto  anataniaeru
sadness can never be counted 
but I will be able to see you on the other side
kurikaesu ayamachi no  sonotabi hito wa
t
ada aoi sora no  aosawo shiru
hateshinaku  michiwatsuzuite mieru keredo
kono ryoute wa  hikariwo idakeru
every time people repeat mistakes, 
they know the blue of the simply blue sky 
it seems as if the road continues endlessly 
but these hands can find light
sayonara no tokino  shizukanamune
zeroni narukaradaga  mimiwo sumaseru
the quiet heart when parting 
the ear listens as the body changes to zero
ikiteiru fushigi  shindeiku fushigi
hana mo kaze mo machi mo  minnaonaji
living, mysterious, dying, mysterious 
the flower, the wind, the city; they're the same
yondeiru  muneno dokoka okude
itsumo nando demo  yumewo 
egakou
it's calling out from deep within the heart 
let's draw out dreams always, numerous times
kanashimi no kazuwo  iitsuku suyori
onaji kuchibiru de  sotto utaou
instead of stating the number of sadness 
sing softly with the same lips
tojiteiku omoideno  so
nonakani itsumo
wasuretakunai  sasayakiwo kiku
kona gonani kudakareta  kagami no uenimo
atarashii keshiki ga utsusareru
even in the closing memories, 
there are always whispers that cannot be forgotten 
even on the shattered mirror shards,
a new scenery is reflected
hajimari no asa(no)  shizukana mado
zeroni narukarada  mitasarete y
uke
the quiet window on the beginning morning 
the body that is changing to zero is being pleased
umi no kanatani wa  mou sagasanai
kagayaku monowa  itsumo kokoni
watashi no nakani  mitsu
keraretakara
I won't search beyond the sea from now 
the shining thing is always here, 
it can be found within myself

Credited: http://www.animelyrics.com/anime/sentochihiro/itsumonandodemo.htm

คำสอน เตือนสติ ที่ได้จากบ้านสายลม ห้องญาณ 8 วันนี้ (30 เมษายน 2554)

คำสอน เตือนสติ ที่ได้จากบ้านสายลม ห้องญาณ 8 วันนี้ (30 เมษายน 2554)

วันนี้นั่งกรรมฐาน คุณครู ให้ตามไปดูสมัยพุทธกาล

เป็นเรื่องราวของพระนาง สิปปวาสา โกลิยะธิดา พระนางมีรูปโฉมที่งดงามมาก ผิวขาว ปากแดงเรื่อ หน้าคม

พระนางได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาครั้งแรก ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธองค์จบแล้ว ก็ดำรงอยู่ในอริยภูมิเป็นพระอริยบุคคลชั้นพระโสดาบัน

ครั้งถึงวัยอภิเษกสมรส แล้วก็ตั้งครรภ์

แต่เป็นครรภ์ ที่นานผิดปกติ คือ พระนางตั้งครรภ์ถึง 7 ปี และปวดครรภ์ใกล้คลอดอีกเป็นเวลา 7 วัน

ในช่วงระยะเวลา 7 วันท่านก็ได้ยินว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เมือง

จึงขอให้พระสวามีไปกราบทูลพระพุทธเจ้าว่าพระนางทุกขเวทนายิ่ง

พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสอวยพร พระนางให้ประสูติบุตร ได้อย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก กับพระสวามี

พระสวามียังเดินทางไม่ถึงบ้าน พระนางก็ให้ประสูติบุตรได้อย่างปลอดภัยและแข็งแรงทั้งแม่และลูก

หลังคลอดบุตร

ทั้งพระสวามี และพระนางฯ จึงตรัสพร้อมกันว่า

พุทโธ อัปมาโน

ธัมโม อัปมาโน

สังโฆ อัปมาโน

ระลึกถึงบุญคุณ ที่ไม่มีใครเปรียบได้และประสงค์จะถวายพระกระยาหาร เป็นเวลา 7 วันติดกัน

ครั้งนั้น พระโมคคัลลา ซึ่งเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย ได้รับนิมนต์ พระอุบาสก ไว้ก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากต้องไปกับคณะพระพุทธเจ้ารับนิมนต์พระนางฯ ท่านจึงไปขอเลื่อน พระอุบาสก ซึ่งเคยเป็นโยมอุปาถาก พระโมคคัลลาไป 7 วัน

พระอุบาสก ท่านมีข้อแม้ โดยขอการรับรอง 3 ประการจากพระโมคคัลลา คือ ภายใน 7 วันที่เลื่อนนิมนต์นี้ ท่านขอดังนี้

1. ขอให้ทรัพย์ที่มีอยู่ไม่เสื่อมถอย

2. ขอให้ตัวท่านเองไม่เสื่อมถอย (คือยังไม่ตายและยังสามารถทำบุญได้หลังจาก 7 วันนี้ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย)

3. ขอให้ความมีศรัทธาในพระรัตนตรัยท่านไม่เสื่อมถอย

แต่พระโมคคัลลา ตรัสให้พรเพียง 2 ข้อแรก

เนื่องจากข้อ 3 การมีศรัทธานี้ เป็นสิ่งที่ท่านอุบาสก ต้องขอตัวท่านเอง

ครั้งถึงวันที่คณะพระพุทธเจ้าท่านได้ไปรับพระกระยาหาร ท่านตรัสถามพระนางฯ ว่า หากจะตั้งครรภ์อีก ต้องใช้เวลาท้องละ 7 ปี

ในกาลครั้งหน้า ยังอยากจะตั้งครรภ์อีกหรือไม่

พระนางฯ ตอบว่า อยากตั้งครรภ์อีก

และพระพุทธเจ้าก็ถามว่า จะตั้งครรภ์อีกกี่ครั้ง

พระนางฯ ก็ตอบว่า อีก 7 ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า

ทรงให้เหตุผลว่า แม้ทุกขเวทนา 7 ปีนั้นแสนเวทนา แต่ทว่า เมื่อเห็นหน้าบุตรของท่านแล้วก็เกิดสุข

พระพุทธเจ้าจึงตรัสให้พร หลังถายพระกระยาหาร ด้วย สัมโมทนียคาถา

เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

ทุกข์ก็ทุกข์ไม่นาน สุขก็สุขไม่นาน

อันความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงความน่าเกลียดน่าชัง อาจมาด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่ารักก็เป็นได้

สิ่งใดอันเป็นที่รัก ก็อาจสุขได้ไม่นาน ความทุกข์ก็อาจตามมา

ทุกข์ได้ก็สุขได้ สุขได้ก็ทุกข์ได้

ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน

แต่ต้องทำความดีให้มีกำลังหนีบาป

** ข้าพเจ้าต้องการจดบันทึกข้อคิดประจำวันจากความรู้สึกระลึกได้ในการไปเรียนกรรมฐาน วันนี้

เผื่อเป็นประโยชน์กับตัวข้าพเจ้าเองและผู้ที่ได้อ่าน

หากข้าพเจ้า ใช้คำไม่เหมาะสม ประมาทพลาดพลั้งเพียงใด ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมมา ณ ที่นี้ค่ะ

ท่านอาจติดตามเนื้อเรื่องโดยละเอียด หาอ่านได้จากพระสูตรเรื่อง พระนาง สิปปวาสา โกลิยะธิดา**

One More Time, One More Chance

One more time, One more chance

:Masayoshi Yamasaki

 

Koreijou nani wo ushinaeba kokoro wa yurusareru no

จะต้องสูญเสียอีกสักเท่าไหร่ กว่าหัวใจจะได้รับการปลดปล่อย

 

Dore hodo no itami naraba mou ichido kimi ni aeru

จะต้องเจ็บปวดอีกสักเท่าไหร่ กว่าฉันจะได้พบเธออีกที

 

One more time kisetsu yo utsurowanaide

ขอเพียงสักครั้ง ให้ฤดูกาลไม่เปลี่ยนผันไป

 

One more time fuzake atta jikan yo

เพียงสักครั้ง ให้เราได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

Kuichigau toki wa itsumo boku ga saki ni oreta ne

ในทุกๆ ครั้งที่ทะเลาะกัน ฉันมักต้องยอมให้เธอเสมอ

 

Wagamama na seikaku ga naosara itoshiku saseta

นิสัยดื้อรั้นและเอาแต่ใจ ยิ่งทำให้ฉันรักเธอมากขึ้น

 

One more chance kioku ni ashi wo torarete

ขอโอกาสสักครั้ง ความทรงจำยังคงเกาะกุมอยู่ทุกย่างก้าว

 

One more chance tsugi no basho wo erabenai

อีกสักครั้ง เพราะฉันไม่รู้จะเดินต่อไปทางไหนดี

 

Itsudemo sagashite iru yo dokka ni kimi no sugata wo

ฉันเฝ้าตามหาทุกหนทุกแห่ง หวังเพียงได้พบเธอในสักวัน

 

Mukai no HOME rojiura no mado

ทั้งตรงข้ามสถานีรถไฟ ทั้งตามหน้าต่างริมทางเดิน

 

Konna toko ni iru hazu mo nai no ni

แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่อยู่ที่นั่น

 

Negai ga moshimo kanau nara ima sugu kimi no moto e

หากความปรารถนาของฉันเป็นจริง ฉันจะรีบไปอยู่เคียงข้างเธอ

 

Dekinai koto wa mou nanimo nai

มันคงไม่มีอะไรที่ตัวฉันพอจะทำได้

 

Subete kakete dakishimete miseru yo

นอกจากดึงเธอมากอดเอาไว้แนบกาย

 

Sabishisa magirasu dake nara Dare demo ii hazu na no ni

หากฉันเพียงแค่ต้องการคลายเหงา แบบนั้นก็คงเป็นใครก็ได้

 

Hoshi ga ochisou na yoru dakara jibun wo itsuwarenai

ท่ามกลางค่ำคืนที่ดาวพร่างพราย ฉันคงไม่อาจจะหลอกตัวเอง

 

One more time kisetsu yo utsurowanaide

ขอเพียงสักครั้ง ให้ฤดูกาลไม่เปลี่ยนผันไป

 

One more time fuzake atta jikan yo

เพียงสักครั้ง ให้เราได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

Itsudemo sagashite iru yo dokka ni kimi no sugata wo

ฉันเฝ้าตามหาทุกหนทุกแห่ง หวังเพียงได้พบเธอในสักวัน

 

Kousaten demo yume no naka demo

ทั้งตามทางม้าลาย ทั้งในโลกแห่งความฝัน

 

Konna toko ni iru hazu mo nai no ni

แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่อยู่ที่นั่น

 

Kiseki ga moshimo okoru nara ima sugu kimi ni misetai

หาปาฎิหาริย์จะเกิดขึ้น ณ ที่นี้ ฉันจะแสดงให้เธอได้เห็น

 

Atarashii asa korekara no boku

รุ่งเช้าวันใหม่ ซึ่งฉันจะยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

 

Ienakatta “suki” to iu kotoba mo

เอื้อนเอ่ยคำรัก อย่างที่ผ่านมาไม่เคยได้กล่าว

 

Natsu no omoide ga mawaru fui ni kieta kodou

ความทรงจำในฤดูร้อนหวนคืนกลับมา

 

Fui ni kieta kodou

สั่นสะท้านและลอยหายไป

 

Itsudemo sagashite iru yo dokka ni kimi no kakera wo

ฉันเฝ้าตามหาทุกหนทุกแห่ง หวังเพียงได้พบเธอในสักวัน

 

Akegata no machi sakuragi-chou de

ทั้งในตัวเมืองยามอัสดง ทั้งไปที่ร้านซากุรางิ

 

Konna toko ni kuru hazu mo nai no ni

แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่อยู่ที่นั่น

 

Negai ga moshimo kanau nara ima sugu kimi no moto e

หาความปรารถนาของฉันเป็นจริง ฉันจะรีบไปอยู่เคียงข้างเธอ

 

Dekinai koto wa mou nanimo nai

มันคงไม่มีอะไรที่ตัวฉันพอจะทำได้

 

Subete kakete dakishimete miseru yo

นอกจากดึงเธอมากอดเอาไว้แนบกาย

 

Itsu demo sagashite shimau dokka ni kimi no egao wo

ฉันเฝ้าตามหาทุกหนทุกแห่ง หวังเพียงได้พบเศษเสี้ยวของเธอ

 

Tabisaki no mise shinbun no sumi

ตามร้านขายของระหว่างทาง ตามสุดของมุมของหนังสือพิมพ์

 

Konna toko ni aru hazu mo nai no ni

แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่อยู่ที่นั่น

 

Kiseki ga moshimo okoru nara ima sugu kimi ni misetai

หาปาฎิหาริย์จะเกิดขึ้น ณ ที่นี้ ฉันจะแสดงให้เธอได้เห็น

 

Atarashii asa kore kara no boku

รุ่งเช้าวันใหม่ ซึ่งฉันจะยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

 

Ienakatta “suki” to iu kotoba mo

เอื้อนเอ่ยคำรัก อย่างที่ผ่านมาไม่เคยได้กล่าว

 

Itsu demo sagashite shimau dokka ni kimi no egao wo

ฉันเฝ้าตามหาทุกหนทุกแห่ง หวังเพียงได้พบรอยยิ้มของเธอ

 

Kyuukou machi no fumikiri atari

กระทั่งตามทางรถไฟ ขณะยืนรอให้มันแล่นผ่าน

 

Konna toko ni iru hazu mo nai no ni

แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่อยู่ที่นั่น

 

Inochi ga kurikaesu naraba nandomo kimi no moto e

หาชีวิตเราย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่มีวันจากเธอไปไหน

 

Hoshii mono nado mou nanimo nai

ไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่ฉันต้องการ

 

Kimi no hoka ni taisetsu na mono nado

นอกเสียจากเธอ คนสำคัญที่สุดเพียงผู้เดียว

 

Source: http://theother.exteen.com/20090325/one-more-time-one-more-chance-byousoku-5cm-ost

 

ชีวิตคนมันก็เท่านี้

6/2/2011

ได้มีโอกาสไปนั่งกรรมฐาน
อาจารย์เล่าให้ฟังหลายเรื่อง

เรื่องแรก ถึงกับ ปิติ น้ำตาหยด ติ๋งๆ

เรื่องสอง ก็ติ๋งๆ อีก

ทั้งสามชั่วโมงเกี่ยวกับอสุภะกรรมฐาน กองที่โดนใจที่สุดในภาวะเช่นนี้

จับคำได้ว่า ชีวิตคนมันก็เท่านี้


7/2/2011

เมื่อวาน

เล่าให้แม่ฟังก่อนนอน

แม่จ๋า วันนี้หนูขอกล่อมแม่นอนด้วยธรรมมะนะคะ 🙂

 

คือเรื่องของ นางสิริมา… ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ อยู่เรื่องหนึ่งที่กล่าวไว้ในสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี …..

มีเรื่องเล่าว่า นางสิริมา เดิมเป็นหญิงกลางเมืองที่มีรูปร่างงดงามมาก (นางสิริมา เป็นน้องสาวของท่านหมอชีวกโกมารภัจ มารดาเป็นโสเภณีนคร นางเป็นโสเภณีตามมารดาตนตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ ด้วยกรรมเก่าที่เคยด่าภิกษุณีอรหันต์ที่บ้วนน้ำหมากมาเปื้อนผ้านางว่า นางแพศยาผู้ใด บังอาจบ้วนน้ำหมากมาเปื้อนผ้าของเราวิบากกรรมนี้นางจึงได้เป็นหญิงกลางเมือง)

อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาเสวยพระกระยาหาร พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ที่บ้านของนางอุตตรา(เรื่องราวของนางอุตตรา ไม่ขอนำมากล่าว ณ.ที่นี้) นางสิริมาก็ได้เข้าไปกราบพระพุทธเจ้า เพื่อขอขมาโทษ

เหตุที่นางสิริมาต้องเข้าไปกราบพระพุทธเจ้า ก็เพราะเหตุที่ตนนั้นได้ทำร้ายนางอุตตรา แต่นางอุตตรากลับไม่โกรธนางสิริมาเลย และยังกลับปกป้องไม่ให้คนของตนทำร้ายนางสิริมาอีก นางสิริมาจึงสำนึกผิด เข้าไปขอขมาโทษนางอุตตรา แต่นางอุตตรากลับบอกให้ไปขอขมาโทษจากพระบิดาก่อน หากพระบิดาท่านยกโทษให้ นางก็จะยกโทษให้ด้วย(พระบิดาที่นางอุตตรากล่าวถึง ก็คือพระพุทธเจ้า)

เมื่อนางสิริมาได้ฟัง ก็เต็มใจที่จะทำตามที่นางอุตตราขอ เมื่อสิริมาเข้าไปกราบพระพุทธเจ้า เพื่อขอขมาโทษแล้ว ก็ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่ว่าด้วยเรื่องการไม่โกรธ การทำความดี การให้และสัจจวาจา … มีความว่า….

“พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ

พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี ……

พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้
พึงชนะคนพูดโกหก ด้วยคำจริง …….”

เมื่อนางสิริมาได้ฟังธรรมของพุทธเจ้าแล้ว ก็ได้สำเสร็จเป็นพระโสดาบัน หลังจากนางสิริมา ได้บรรลุโสดาบันแล้ว นางสิริมาก็ทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าไปรับภัตตาหารที่บ้านของนาง ในวันรุ่งขึ้น จากนั้น นางสิริมาก็กราบนิมนต์พระสงฆ์มารับภัตตาหารเป็นประจำทุก ๆ วัน..

อยู่มาวันหนึ่งนางก็ล้มป่วยโดยโรคชนิดหนึ่ง แต่นางก็ยังคงใช้พวกคนใช้ของนาง อยู่ดูแลพระสงฆ์ที่นิมนต์มารับอัฏฐกภัต( หมายถึงภัตเพื่อพระภิกษุ ๘ รูป)

ในตอนนี้ มีเรื่องเล่าถึงพระภิกษุที่เข้ามารับอัฏฐกภัตอยู่รูปหนึ่งที่มาด้วยอยากเห็นรูปร่าง ความสวยงามของนางสิริมา เมื่อพระสงฆ์รับบาตรที่บรรจุอาหารเต็มบาตรแล้ว คนใช้ก็มารายงานแก่นางสิริมา จากนั้นนางสิริมาก็ใช้คนใช้พยุงนางเพื่อไปไหว้พระภิกษุทั้งหลาย เมื่อนางสิริมาเข้ามาใกล้ พระภิกษุรูปนั้น(รูปที่มีจิตเสน่หา ในรูปกายของนางสิริมา) เมื่อเห็นนางสิริมาก็เกิดความรัก โดยมีจิตจดจ่อไปที่นางสิริมาคนเดียวเท่านั้น

เมื่อกลับมาถึงวัดก็ ไม่ฉันอาหารที่ได้มา แต่กลับเก็บไว้ในบาตรปิดบาตรไว้ ยอมนอนอดอาหารอยู่ ๔ วัน จนได้ข่าวว่าพระพุทธเจ้าจะพาไปดูนางสิริมา จึงยอมลุกตามพระพุทธเจ้าไป โดยไม่รู้ว่านางสิริมาได้ตายไปแล้ว เมื่อพระพุทธเจ้าและหมู่ภิกษุไปถึงที่ป่าช้าผีดิบแล้ว พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงธรรมว่า…

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอจงดูหญิงคนนี้ ซึ่งเป็นที่รักของคนทั้งหลายในกาลก่อน คนทั้งหลายมักเอาเงินให้นาง เพื่อได้อภิรมย์กับนางเพียงวันหนึ่ง แต่เดี่ยวนี้ แม้ผู้ใดจะรับเอาเปล่า ๆ ก็ไม่มี รูปที่เคยสวยงามเห็นแม้ปานนี้ ได้ถึงความสิ้นเสื่อมไปแล้ว ดังนั้นเธอจงดูอัตภาพอันอาดูรนี้ ”

หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสจบลง ในบรรดาผู้คนที่มาประชุมกันที่ป่าช้าผีดิบ ก็ได้บรรลุมรรคผลเป็นจำนวนมาก ส่วนพระภิกษุรูปนั้นก็ได้บรรลุเป็นพระอริยชั้นโสดาบัน …..

ด้วยผลบุญที่ทำ ด้วยกรรมดีที่สร้าง นางสิริมาก็ได้ไปเสวยสุขสวรรค์ เป็นเทพธิดาในชั้นปรนิมมิตวสวัตดี……

รวมความว่า… สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดีนี้ เป็นเทวโลกชั้นสูงสุด เป็นสถานที่เกิดของท่านที่มีบุญมาก ฉะนั้น… ท่านที่ปรารถนาไปเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ ก็ต้องสั่งสมบุญ คือ มีทาน และ มีศีล เป็นต้น ทำด้วยความสุจริต แล้วตั้งจิตอธิษฐาน เพื่อให้บังเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ หากบุญกุศลที่สั่งสมมามากพอ ก็จะเป็นแรงผลักดัน ให้เกิดเป็นเทพเจ้าในแดนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดีได้

source: http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B9%92-%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C-200400.html